ปั่นจักรยาน ประโยชน์ ข้อควรระวัง และเคล็ดลับปั่นอย่างไรให้ปลอดภัย

ปั่นจักรยาน - พัฒนาการเด็ก

การปั่นจักรยานไม่ใช่เพียงการเดินทางที่จะช่วยประหยัดเงินค่าใช้จ่ายและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิคอย่างหนึ่งที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับอวัยวะส่วนต่าง ๆ และช่วยเผาผลาญพลังงานได้ถึง 400 แคลอรี่ต่อชั่วโมง ซึ่งส่งผลให้ผู้ปั่นมีรูปร่างและสุขภาพที่ดีด้วย แต่ก่อนหันมาออกกำลังกายด้วยวิธีนี้ ควรศึกษาข้อมูลด้านต่าง ๆ อย่างถี่ถ้วนก่อนเป็นดีที่สุด ประโยชน์ของการปั่นจักรยาน การปั่นจักรยานเป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวานประเภทที่ 2 โรคหลอดเลือดสมอง เป็นต้น ทั้งยังช่วยควบคุมน้ำหนัก ส่งผลดีต่ออารมณ์และจิตใจ ช่วยให้อัตราการเต้นของหัวใจสูงขึ้นได้เกือบเท่ากับการวิ่ง และช่วยเผาผลาญแคลอรี่ในร่างกาย นอกจากนี้ การปั่นจักรยานเป็นการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกต่ำ จึงดีกับข้อกระดูกด้วย และยังช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงแก่กล้ามเนื้อบริเวณกลางลำตัว ก้น สะโพก และขา โดยเฉพาะกล้ามเนื้อขาส่วนหน้าและกล้ามเนื้อขาส่วนหลัง สำหรับผู้ที่ต้องการออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยาน หากเป็นผู้ใหญ่และผู้สูงอายุควรปั่นจักรยานอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ส่วนเด็กหรือวัยรุ่นควรปั่นจักรยานอย่างน้อยวันละ 60 นาที เป็นประจำทุกวัน ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพปั่นจักรยานได้หรือไม่ ? การปั่นจักรยานเป็นการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกต่ำ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาข้ออักเสบบริเวณสะโพก หัวเข่า และข้อเท้า เพราะจะช่วยเสริมการทำงานของข้อกระดูก ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการปวดข้อ ทั้งยังดีต่อผู้ที่เพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บบริเวณข้อกระดูก และผู้ที่ต้องการเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาด้วย ส่วนผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับแผ่นหลังก็สามารถปั่นจักรยานได้เช่นกัน แต่ควรออกกำลังกายรูปแบบอื่นเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อกลางลำตัวร่วมด้วย นอกจากนี้ การปั่นจักรยานยังช่วยบริหารหัวใจสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง […]

นมถั่วเหลือง กับคุณประโยชน์ต่อสุขภาพที่หลายคนอาจไม่เคยรู้

นมถั่วเหลือง - พัฒนาการเด็ก

นมถั่วเหลือง (Soy Milk) เป็นเครื่องดื่มที่มีรสชาติและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ต่างจากนมวัวและนมจากพืชชนิดอื่น ๆ อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการค่อนข้างสูง ทั้งโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุ อีกทั้งยังหาดื่มได้ง่าย จึงทำให้นมถั่วเหลืองได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานจากคนหลากหลายกลุ่ม รวมถึงผู้สูงอายุ และมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มดูแลสุขภาพและมือโปรที่ออกกำลังกายเป็นประจำ หลักฐานทางวิทยาศาสตร์หลายชิ้นให้ความเห็นว่านมถั่วเหลืองเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพในหลายด้าน เพราะให้พลังงานต่ำ ไขมันต่ำ ไม่มีคอเลสเตอรอล ถือเป็นอีกทางเลือกในการควบคุมน้ำหนักและอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังบางชนิดที่มีสาเหตุมาจากปัจจัยดังกล่าว นอกจากนี้ นมถั่วเหลืองยังไม่มีแลคโตส ผู้ที่แพ้นมวัวและภาวะไม่ทนทานต่อน้ำตาลแลคโตส (Lactose Intolerance) จึงดื่มได้โดยไม่เกิดผลข้างเคียง บทความนี้ยังมีประโยชน์อื่น ๆ และวิธีการเลือกนมถั่วเหลืองที่ดีต่อสุขภาพมาให้ได้อ่านกัน นมถั่วเหลือง ดื่มแล้วดียังไง ? นมถั่วเหลืองเป็นผลิตภัณฑ์จากการนำเมล็ดถั่วเหลืองไปผ่านกรรมวิธีที่หลากหลายและกลั่นออกมาเป็นเครื่องดื่ม เดิมทีถั่วเหลืองเองก็เป็นวัตถุดิบที่ขึ้นชื่อเรื่องประโยชน์ต่อสุขภาพ สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนูหรือนำมาทำเป็นเครื่องดื่ม แต่หากใครไม่มีเวลามากพอที่จะทำเองที่บ้านอาจจะเลือกซื้อนมถั่วเหลืองพร้อมดื่มในรูปแบบกล่อง เพราะหาซื้อได้ง่ายและคงคุณประโยชน์ได้เหมือนกัน อีกทั้งนมถั่วเหลืองบางยี่ห้อยังเพิ่มสารอาหารที่มีประโยชน์อื่น ๆ ลงไป จึงเป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพที่ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนมากขึ้น คราวนี้มาลองคุณค่าทางสารอาหารและประโยชน์ของนมถั่วเหลืองที่หลายคนอาจไม่เคยรู้กัน โปรตีนสูง หลายคนอาจคิดว่าผลิตภัณฑ์จากพืชย่อมต้องมีโปรตีนน้อยกว่าผลิตภัณฑ์จากสัตว์ แต่ความเข้าใจนี้อาจไม่ถูกต้องเสมอไป เพราะนมถั่วเหลือง 1 แก้วหรือประมาณ 240 มิลลิลิตรมีโปรตีนถึง 7 กรัม ซึ่งใกล้เคียงกับปริมาณโปรตีนจากนมวัวในปริมาณเดียวกัน อีกทั้งการได้รับโปรตีนจากพืชยังดีต่อสุขภาพหัวใจมากกว่าโปรตีนจากสัตว์อีกด้วย ร่างกายคนเราในแต่ละวันต้องการโปรตีนราว 0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัว […]

ถนอมสายตา อย่างไร ไม่ให้เสื่อมก่อนวัย

ถนอมดวงตา อย่างไร - พัฒนาการเด็ก

ดวงตาของคนเรามีความละเอียดอ่อนและต้องการดูแลเป็นพิเศษ เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุอายุมากขึ้นบวกกับปัจจัยกระตุ้นอื่น ๆ ทำให้ดวงตาเหนื่อยล้าและเสื่อมก่อนวัยได้ง่าย การดูแลถนอมสายตา อย่างไรถูกวิธีจะช่วยถนอมสายตาให้แข็งแรงและสดใสอยู่กับคุณไปนานเท่านานด้วยเคล็ดลับง่าย ๆ ต่อไปนี้ ถนอมสายตา อย่างไร ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อุดมด้วยสารอาหารครบถ้วน สุขภาพดวงตาที่ดีเริ่มต้นจากอาหารที่เรารับประทาน การเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน 5 หมู่ โดยเฉพาะอาหารที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ลูทีน ซิงค์ วิตามินซี วิตามินอี อาจจะช่วยชะลอหรือลดการเกิดโรคทางสายตา เช่น โรคจอตาเสื่อม (Macular Degeneration) และโรคต้อกระจก (Cataracts) แหล่งสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพดวงตา เช่น ผักโขม หรือผักใบเขียวเข้มอื่น ๆ ปลาแซมอน ปลาทูน่า หรือเนื้อปลาที่มีกรดไขมันจำเป็นสูง ไข่ ถั่ว โปรตีนที่ไม่ได้มาจากเนื้อสัตว์ ส้ม ผลไม้หรือน้ำผลไม้รสเปรี้ยว หอยนางรม เนื้อหมู สัตว์ปีก ธัญพืช ผักผลไม้ที่มีสีเหลืองหรือส้ม ซึ่งมีสารเบต้าแคโรทีน เช่น แครอท ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอกเหนือจากการรับประทานในสัดส่วนที่เหมาะสม ในแต่ละสัปดาห์ควรมีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ห่างไกลจากโรคอ้วน […]

งานอดิเรก เลือกให้เหมาะ เพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งกายใจ

งานอดิเรก - พัฒนาการเด็ก

งานอดิเรกเป็นกิจกรรมในยามว่างที่ช่วยผ่อนคลายอารมณ์และความเครียดจากการเรียนหรือการทำงาน เป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ช่วยเพิ่มทักษะ ความรู้ และประสบการณ์ต่าง ๆ มากมาย ทั้งยังส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างหลากหลายได้ด้วย โดยแต่ละคนก็จะมีงานอดิเรกที่แตกต่างกันไปตามความสนใจและความถนัดของตนเอง เช่น อ่านหนังสือ วาดภาพ ดูโทรทัศน์ ร้องเพลง และเล่นกีฬา เป็นต้น งานอดิเรก มีกี่ประเภท อะไรบ้าง ? งานอดิเรกที่เน้นความชอบและการใช้ทักษะ เป็นงานอดิเรกที่ไม่เน้นความคล่องตัวหรือการเคลื่อนไหวร่างกาย แต่มักเกิดจากความชอบ ความสนใจ และทักษะของแต่ละคน เช่น ฟังเพลง ดูภาพยนตร์ อ่านหนังสือ ประดิษฐ์สิ่งของต่าง ๆ ทำอาหาร วาดภาพระบายสี เล่นเกม เล่นปริศนาอักษรไขว้ ต่อโมเดล ทำเครื่องปั้นดินเผา แต่งหน้า จัดดอกไม้ รวมถึงเลี้ยงสัตว์ไว้เพื่อดูเล่นหรือเพื่อความเพลิดเพลิน เป็นต้น งานอดิเรกที่เน้นการเคลื่อนไหวร่างกาย เป็นงานอดิเรกที่ต้องอาศัยความคล่องตัวและการเคลื่อนไหวร่างกายในรูปแบบต่าง ๆ เช่น เล่นเทนนิส บาสเกตบอล ฟุตบอล ปิงปอง โบว์ลิ่ง ว่ายน้ำ โยคะ วิ่ง เต้นรำ แสดงละครเวที […]

คาโมมายล์ สมุนไพรที่ช่วยให้ผ่อนคลายและบำรุงสุขภาพ

คาโมมายล์ - พัฒนาการเด็ก

คาโมมายล์ หนึ่งในดอกไม้ที่คนนิยมนำมาทำให้แห้งแล้วชงดื่มเป็นชา หรือนำมาเป็นส่วนประกอบของน้ำมันหอมระเหย โดยเชื่อว่าอาจช่วยให้นอนหลับได้ดียิ่งขึ้น คลายความวิตกกังวล บำรุงระบบย่อยอาหาร และยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีคุณสมบัติต้านมะเร็งด้วย คุณประโยชน์ของคาโมมายล์ คาโมมายล์เป็นดอกไม้สมุนไพรในตระกูลเดียวกับเดซี่ พืชทั้ง 2 ชนิดนี้จึงมีรูปร่างหน้าตาค่อนข้างคล้ายคลึงกัน โดยมีดอกสีขาวและมีเกสรตรงกลางเป็นสีเหลือง ชาที่ชงจากดอกคาโมมายล์จะมีรสหวาน ไม่ได้ขมเหมือนชาเขียวและชาดำ เนื่องจากเป็นพืชที่ปราศจากคาเฟอีน จึงนับเป็นอีกตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการหลีกเลี่ยงการบริโภคคาเฟอีน นอกจากนี้ คาโมมายล์ยังประกอบไปด้วยสารที่อาจมีฤทธิ์ช่วยเพิ่มความผ่อนคลายและอาจช่วยให้นอนหลับสบาย รวมถึงมีสารต้านอนุมูลอิสระที่อาจป้องกันการเกิดโรคร้ายต่าง ๆ เช่น โรคมะเร็ง และโรคหัวใจ เป็นต้น คาโมมายล์ถูกนำมาใช้ประโยชน์เป็นยาสมุนไพรตามความเชื่อโบราณอย่างยาวนานและแพร่หลาย แต่ก็ยังมีหลักฐานทางทางวิทยาศาสตร์ค่อนข้างจำกัดเกี่ยวกับสรรพคุณที่แน่ชัดของมัน โดยมีการศึกษาวิจัยบางส่วนที่ค้นคว้าคุณสมบัติของคาโมมายล์ในด้านต่าง ๆ ไว้ ดังนี้ ช่วยให้หลับสบายยิ่งขึ้น ตามตำรับยาแผนโบราณ คาโมมายล์เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะสมุนไพรที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและทำให้นอนหลับสบาย ซึ่งนักวิจัยคาดว่าคุณสมบัติดังกล่าวเป็นผลจากการมีสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มฟลาโวนอยด์อย่างอะพิจีนีนอยู่ในคาโมมายล์นั่นเอง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีการพิสูจน์สรรพคุณด้านนี้ของคาโมมายล์ โดยมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งทดลองให้ผู้ป่วยอายุ 18-65 ปี จำนวน 34 คนที่มีอาการนอนไม่หลับมานานกว่า 6 เดือน บริโภคคาโมมายล์ครั้งละ 270 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 28 สัปดาห์ ผลลัพธ์พบว่าคาโมมายล์ช่วยให้ผู้ป่วยที่มีอาการนอนไม่หลับเรื้อรังเหล่านี้นอนหลับได้ดีขึ้นในระดับปานกลาง […]

ความดันต่ำ อาการที่ต้องระวังและวิธีดูแลตนเองเบื้องต้น

ความดันต่ำ - พัฒนาการเด็ก

ความดันต่ำ เป็นภาวะความดันโลหิตในหลอดเลือดแดงต่ำกว่าปกติ มักทำให้มีอาการป่วย เช่น เวียนศีรษะ มองเห็นไม่ชัด คลื่นไส้ สับสน ใจสั่น ผิวซีด ผิวหนังเย็นหรือชื้นผิดปกติ เสียการทรงตัว ร่างกายอ่อนแอ ชีพจรเต้นเร็ว เป็นลม หรืออาจเกิดอาการช็อกได้หากภาวะความดันต่ำมีความรุนแรงมาก ซึ่งอาการจากภาวะความดันต่ำเหล่านี้อาจรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน หรือก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพร่างกายและชีวิตของผู้ป่วยได้ ดังนั้น ผู้ป่วยควรสังเกตอาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับตนเองและผู้สูงอายุ เพื่อตรวจรักษาได้ทันท่วงที และหาวิธีดูแลตนเองได้อย่างเหมาะสม ความดันต่ำเป็นอย่างไร ? การวัดค่าความดันโลหิตในหลอดเลือดแดงมีค่าความดันโลหิตตัวบน (Systolic Pressure) เป็นแรงดันในขณะที่หัวใจกำลังบีบตัวหรือสูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงร่างกาย และค่าความดันโลหิตตัวล่าง (Diastolic Pressure) เป็นค่าแรงดันในขณะที่หัวใจกำลังคลายตัว โดยระดับความดันโลหิตปกติจะอยู่ประมาณที่ 120/80 มิลลิเมตรปรอท ส่วนภาวะความดันโลหิตต่ำ แพทย์จะวินิจฉัยว่าผู้ป่วยมีภาวะนี้ต่อเมื่อมีค่าความดันโลหิตต่ำกว่า 90/60 มิลลิเมตรปรอท ร่วมกับมีอาการป่วยแสดงออกมา สำหรับผู้ที่มีความดันต่ำกว่า 90/60 มิลลิเมตรปรอท แต่ไม่พบอาการผิดปกติใด ๆ ในทางการแพทย์ยังจัดว่าสุขภาพเป็นปกติดี ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษา ความดันต่ำเกิดจากอะไร ? ระดับความดันโลหิตจะแตกต่างกันไปตามอิริยาบถของร่างกาย จังหวะการหายใจ สภาพร่างกาย ระดับความเครียด อาหารหรือเครื่องดื่มที่บริโภค […]

กระดูกสะโพกหัก อาการ สาเหตุ การรักษากระดูกสะโพกหัก

กระดูกสะโพกหัก - พัฒนาการเด็ก

กระดูกสะโพกหัก คือการหักของกระดูกต้นขา ถือเป็นอาการบาดเจ็บที่รุนแรง มักพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ เพราะเป็นวัยที่กระดูกเปราะบางและเกิดการแตกหักได้ง่าย ส่วนใหญ่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการผ่าตัด แต่ในบางรายที่มีภาวะแทรกซ้อนอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต กระดูกสะโพกหักส่วนใหญ่เป็นการแตกหักบริเวณคอกระดูกต้นขาต่อกับกระดูกเชิงกรานหรือบริเวณคอคอดของกระดูกต้นขา โดยอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ส่วนมากมักเป็นผลมาจากการกระแทกจากการหกล้มและกระดูกอ่อนแอลงจากปัญหาสุขภาพบางประการ อาการของกระดูกสะโพกหัก ผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักอาจเกิดอาการดังต่อไปนี้ ปวดบริเวณสะโพกหรือขาหนีบอย่างรุนแรง ไม่สามารถยกหรือขยับขาได้ทันทีหลังจากหกล้ม ไม่สามารถยืนหรือลงน้ำหนักด้วยเท้าข้างเดียวกับกระดูกสะโพกที่หัก บริเวณสะโพกแข็งเกร็ง บวม หรือมีรอยฟกช้ำ ขาข้างที่กระดูกสะโพกหักจะดูสั้นผิดปกติหรืออาจมีลักษณะบิดออกไปด้านนอก อย่างไรก็ตาม บางรายอาจมีเพียงอาการเจ็บปวดบริเวณสะโพก ก้น ขาอ่อน ขาหนีบ หรือหลังเท่านั้น แต่ยังสามารถเดินได้เป็นปกติ หากสงสัยว่ากระดูกสะโพกหักควรรีบพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาทันที สาเหตุของกระดูกสะโพกหัก กระดูกสะโพกหักในคนทั่วไปมักเกิดจากอุบัติเหตุอย่างการถูกรถชน ส่วนคนสูงอายุมักกระดูกสะโพกหักจากการหกล้ม โดยมีปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดกระดูกสะโพกหักมากขึ้นดังนี้ อายุมาก ด้วยกระดูกที่เสื่อมสภาพลงและมวลกล้ามเนื้อที่น้อยลงไปตามอายุ ผู้สูงอายุจึงมักเกิดปัญหากระดูกหักได้ง่ายกว่าคนวัยอื่น โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาในการมองเห็นหรือการทรงตัวที่มักเสี่ยงต่อการหกล้ม เพศหญิง เมื่อสตรีเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนจะลดลง ส่งผลให้ร่างกายสูญเสียมวลกระดูกเร็วขึ้น กระดูกจะพรุนและเปราะบางเร็ว ซึ่งจะตรงกันข้ามกับเพศชายที่จะค่อย ๆ สูญเสียมวลกระดูกอย่างช้า ๆ ปัญหาสุขภาพ หากกระดูกสะโพกข้างใดข้างหนึ่งเคยหักมาก่อนก็มีโอกาสสูงที่กระดูกสะโพกอีกข้างจะหักตาม รวมทั้งผู้ที่มีปัญหาสุขภาพบางอย่างก็อาจทำให้กระดูกสะโพกเสี่ยงต่อการหักได้ง่ายขึ้น เช่น โรคระบบต่อมไร้ท่ออย่างไทรอยด์เป็นพิษอาจส่งผลให้กระดูกบาง โรคเกี่ยวกับลำไส้อาจลดการดูดซึมของวิตามินดีและแคลเซียมจนกระดูกอ่อนแอ ปัญหาเกี่ยวกับสมองหรือระบบประสาทอาจทำให้ผู้ป่วยหกล้มได้ง่าย อย่างความทรงจำบกพร่อง สมองเสื่อม โรคพาร์กินสัน […]

โรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ทำบอลลูนครั้งแรกไม่ผ่าน อาการลิ้นหัวใจรั่วด้วย ควรดูแลอย่างไร

โรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลับ - พัฒนาการเด็ก

ในผู้ป่วยผู้สูงอายุที่มีโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ร่วมกับมีลิ้นหัวใจรั่วนั้น อาจจะมีภาวะหัวใจวายร่วมด้วยได้ ซึ่งอาจจะอธิบายถึงอาการเหนื่อยแม้จะนั่งเฉยๆ ภาวะหัวใจวาย คือ ภาวะที่กล้ามเนื้อหัวใจสูญเสียการทำงานจนไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกายได้ อาการโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันที่พบได้บ่อย หายใจลำบาก หอบเหนื่อย เจ็บแน่นอก อ่อนเพลีย ขาและข้อเท้าบวม เกิดจากการบวมน้ำ ไอมีเสมหะสีชมพู หากมีอาการเหนื่อยแม้ทำกิจกรรมที่ไม่ควรเหนื่อย เช่น กิจวัตรประจำวัน การเดินไปห้องน้ำ เดินไปมาในบ้าน อันนี้แสดงว่าภาวะหัวใจวายอาจจะเป็นค่อนข้างรุนแรง ให้รีบไปพบแพทย์ไม่ต้องรอวันนัด ส่วนถ้ามีอาการเหนื่อยเมื่อออกแรงนั้น ก็อาจจะเกิดจากการทำงานของหัวใจที่น้อยลงไปกว่าคนปกติ อาจจะทำให้ควรจะงดการกิจกรรมชนิดดังกล่าวลงไป และสังเกตอาการว่าหายเหนื่อยได้หรือไม่ สาเหตุอื่นๆของการเหนื่อยเช่น โรคทางปอด เช่น ปอดติดเชื้อมักมีไข้ไอร่วมด้วย หรือมีหลอดลมตีบแคบจากหลอดลมโป่งพองหรือโรคหอบหืดเป็นต้น แนะนำการพักการทำงานที่ต้องออกแรงมากๆไปก่อน ให้เหลือแต่กิจกรรมเบาๆ แล้วสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากเหนื่อยมากขึ้น เจ็บแน่นอก ขาบวม ไอ ให้รีบไปพบแพทย์ค่ะ

โรคเพมฟิกัส (Pemphigus) อาการ สาเหตุ การรักษาโรคเพมฟิกัส

โรคเพมฟิกัส - พัฒนาการเด็ก

โรคเพมฟิกัส (Pemphigus) เป็นกลุ่มอาการของโรคผิวหนังที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เกิดตุ่มน้ำพองที่มีหนองขึ้นบริเวณผิวหนังหรือเยื่อบุผิวอื่น ๆ เช่น ในดวงตา จมูก ปาก ลำคอ หรืออวัยวะเพศ และเมื่อตุ่มน้ำแตกออกจะกลายเป็นแผลและทำให้รู้สึกเจ็บปวดได้ โรคเพมฟิกัสสามารถพบได้ทุกวัย แต่จะพบมากในวัยกลางคนหรือผู้สูงอายุ แม้จะไม่ใช่โรคติดต่อ แต่ถือเป็นโรคเรื้อรังที่ต้องได้รับการรักษาต่อเนื่องเพื่อควบคุมอาการ เนื่องจากการปล่อยให้มีอาการโดยไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้เกิดการลุกลาม ติดเชื้อ หรือในกรณีร้ายแรงอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต อาการของโรคเพมฟิกัส อาการหลักคือเกิดตุ่มน้ำพองขึ้นบนผิวหนังหรือเยื่อบุผิวและสามารถแตกออกได้ง่าย เมื่อกลายเป็นแผลอาจทำให้รู้สึกเจ็บปวดและนำไปสู่การติดเชื้อตามมา ทั้งนี้ อาการของโรคเพมฟิกัสสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ดังนี้ โรคเพมฟิกัสที่มีการแยกตัวของผิวหนังชั้นลึก (Pemphigus Vulgaris) เป็นประเภทที่พบได้บ่อยที่สุด ผู้ป่วยจะมีตุ่มน้ำพองภายในปาก มีลักษณะอ่อนนุ่มและแตกออกได้ง่าย สามารถลุกลามไปสู่ผิวหนังบริเวณอื่นได้ทั่วทั้งร่างกาย ผู้ป่วยมักรู้สึกเจ็บปวดบริเวณที่มีอาการ หากมีตุ่มน้ำภายในปากจะทำให้รับประทานอาหารลำบากกว่าปกติ โรคเพมฟิกัสชนิดนี้จะไม่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการคันและมักไม่ทิ้งรอยแผลเป็นบนผิวหนัง แต่ในผู้ที่มีอาการติดเชื้ออาจเกิดรอยแผลเป็นได้ โรคเพมฟิกัสที่มีการแยกตัวของผิวหนังชั้นตื้น (Pemphigus Foliaceus) เป็นประเภทที่พบได้น้อยกว่า ผู้ป่วยจะเริ่มมีตุ่มน้ำพองบริเวณหนังศีรษะหรือใบหน้า และลามไปยังหน้าอก หลังหรือไหล่ แต่มักไม่เกิดภายในปาก ผู้ป่วยจะรู้สึกคันในบริเวณที่มีอาการและมักไม่รู้สึกเจ็บปวด อาการของโรคเพมฟิกัสอาจคล้ายคลึงกับโรคเพมฟิกอยด์ (Bullous Pemphigoid) และโรคเริม เนื่องจากอาการของโรคจะมีตุ่มน้ำขึ้นบนผิวหนังคล้ายกัน จึงอาจเข้าใจผิดว่าเป็นโรคเดียวกัน แต่ตุ่มน้ำของโรคเพมฟิกอยด์จะมีลักษณะแตกได้ยากและพบในผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 […]

วัดความดันโลหิตอย่างไรให้แม่นยำ วิธีวัดความดันโลหิต การอ่านค่าวัดความดันโลหิต

วัดความดันโลหิตอย่างไร ให้แม่นยำ - พัฒนาการเด็ก

การวัดความดันโลหิตอย่างไร ให้แม่นยำ เป็นการตรวจร่างกายที่สามารถให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์เกี่ยวกับสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดเบื้องต้น ซึ่งทำได้ภายในเวลารวดเร็วโดยไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดใด ๆ การวัดอาจทำโดยพันปลอกแขนหรือสอดแขนจนสุดต้นแขนเข้าไปในเครื่องอัตโนมัติ หรือใช้ผ้าพันรอบแขนแล้วสูบลมให้ผ้าพองขึ้นจนเกิดแรงบีบที่แขน จากนั้นจึงค่อย ๆ ปล่อยลมออกและรอดูค่าความดันที่จะปรากฏคงที่ในเวลาต่อมา ทำไมต้องวัดความดันโลหิต ภาวะความดันโลหิตสูงมักไม่มีอาการบ่งบอก ผู้ป่วยอาจไม่เคยรู้ตัวจนกระทั่งได้รับการตรวจความดันโลหิตเบื้องต้นเมื่อเข้ารับการรักษาหรือตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล การตรวจพบภาวะความดันโลหิตสูงและรับการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ นั้นสามารถป้องกันการเกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตเรื้อรัง รวมถึงโรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับตาได้ บุคคลทั่วไปควรตรวจความดันโลหิตเป็นประจำเมื่อมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ความถี่ในการตรวจวัดความดันที่เหมาะสมตามช่วงอายุ มีดังนี้ ผู้ใหญ่อายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป ควรตรวจความดันโลหิต 1 ครั้งต่อปี ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะความดันโลหิตสูง เช่น มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน มีภาวะอ้วน และผู้ที่มีความดันโลหิตในระดับปกติถึงระดับสูงอยู่ที่ 130-139/85-89 มิลลิเมตรปรอท ควรตรวจวัดความดันโลหิต 1 ครั้งต่อปี ผู้ใหญ่อายุตั้งแต่ 18-39 ปีที่มีความดันโลหิตต่ำกว่า 130/85 มิลลิเมตรปรอทที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงอื่นใด ควรได้รับการตรวจความดันโลหิตทุก 3-5 ปี ทั้งนี้แพทย์อาจแนะนำให้รับการตรวจบ่อยกว่าข้างต้นได้ ขึ้นอยู่กับระดับความดันโลหิตและสุขภาพที่แตกต่างกันของคนไข้แต่ละราย หรือหากรู้สึกกังวลเกี่ยวกับระดับความดันโลหิตของตนเองก็สามารถไปรับการตรวจได้ทุกเมื่อ ซึ่งสถานที่ที่ให้บริการตรวจความดันโลหิต ได้แก่ […]